head-slogan
register
edit-profile
search
วันที่ 21 กรกฏาคม 2560 เวลา 12:31 น.

416
เมนูเว็บไซต์
บทวิเคราะห์ขายตรง : ความคุ้มค่าในการซื้อสินค้าขายตรง

ความคุ้มค่าในการซื้อสินค้าขายตรง

(ดู 1,063) | ยังไม่มีคอมเม้นท์.
หมวดหมู่ บทวิเคราะห์ขายตรง - Update: Mar 28, 2012

ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีรูปแบบของการใช้ชีวิตแตกต่างอย่างมากกับผู้บริโภคยุคก่อน เนื่องจากปัจจัยแวดล้อมที่กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น เทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทกับกลุ่มผู้บริโภคส่งผลต่อพฤติกรรมการเลือกซื้อ การตัดสินใจซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น มีพฤติกรรมของการหาข้อมูล ก่อนการเลือกซื้อ การสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับคุณภาพ ประสิทธิภาพของสินค้ากับผู้ที่เคยใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจ เน้นความสะดวก รวดเร็ว และที่สำคัญ สินค้านั้นจะต้องมีราคาเหมาะสมกับคุณภาพ ราคาจะสูงก็ได้แต่นั่นหมายความว่าคุณภาพของสินค้าจะสูงตามไป ด้วยเช่นกัน และแน่นอนสินค้าของระบบธุรกิจขายตรงเองก็มีความพยายามอย่างยิ่งสำหรับการให้ผู้บริโภคยอมรับสินค้าของธุรกิจขายตรง โดยเน้นพัฒนา คุณภาพผลิตภัณฑ์เพื่อเป็นการตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าว โดยเฉพาะ สินค้าประเภทเครื่องสำอางที่ผู้บริโภค ให้การยอมรับมากขึ้นในระดับตลาดกลางและตลาดบน บริษัท นาโน เซิร์ช จำกัด ได้ดำเนินการสำรวจข้อมูลกับผู้บริโภคจำนวน 200 ตัวอย่างเฉพาะในพื้นที่เขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เกี่ยวกับแนวคิดของผู้บริโภค ซึ่งเปรียบเทียบระหว่างการเลือกซื้อสินค้าในระบบธุรกิจขายตรงและระบบการจำหน่าย สินค้าทั่วไป โดยกลุ่มผู้บริโภคที่ทำการสำรวจเป็นกลุ่มผู้บริโภคเพศชาย คิดเป็น 39.6% และ เพศหญิง คิดเป็น 60.2% โดยอายุเฉลี่ยแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ อายุไม่เกิน 25 ปี คิดเป็น 28.7% อายุระหว่าง 26-30 ปี คิดเป็น 31.0% และ อายุ 30 ปีขึ้นไป คิดเป็น 40.4% รายได้ ของผู้บริโภคที่ทำการสำรวจอยู่ในช่วงรายได้ประมาณ 20,000 บาท คิดเป็น 7.0% และรายได้อยู่ในช่วง 8,000 บาท, 10,000 บาท และ 40,000 บาท คิดเป็น 6.4% ในสัดส่วนที่เท่ากัน ซึ่งผู้บริโภคมีระดับการศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรีประกอบอาชีพพนักงานบริษัท เอกชน และมีสถานภาพโสดมากกว่ากลุ่มอื่นๆ

พฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภคปัจจุบันพบว่า พฤติกรรมการเลือกซื้อนั้น มีลักษณะของการเลือกซื้อ โดยพิจารณาซื้อจากในขนาดที่เหมาะสม ไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไปนัก คิดเป็น 50.9% และมักนิยมเลือกซื้อในลักษณะของแบบชิ้นใหญ่ ซื้อครั้งเดียวแล้วใช้ได้นาน คิดเป็น 25.1% และ ซื้อชิ้นเล็กๆ เฉพาะใช้ในขณะนั้น คิดเป็น 24.0% ตามลำดับ ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าว นี้ จึงทำให้ผู้ผลิตสินค้าจะต้องผลิตสินค้าออกมาหลากหลายขนาดให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อให้เหมาะสมกับความต้องการ

ดังนั้น เมื่อทำการสอบถามผู้บริโภคเกี่ยวกับความคุ้มค่าในการเลือกซื้อสินค้าในระบบธุรกิจขายตรงว่ามีความคุ้มค่ากว่าการเลือกซื้อกับสินค้าในระบบจำหน่ายทั่วไปนั้น ผู้บริโภคแสดงความคิดเห็นว่า การเลือกซื้อในระบบธุรกิจขายตรงเมื่อเปรียบเทียบกับระบบการจำหน่ายทั่วไปไม่ได้คุ้มค่ากว่า คิดเป็น 64.0% และ มีผู้บริโภคเพียง 36.0% เท่านั้นที่คิดว่าการเลือกซื้อสินค้าในระบบธุรกิจการขายตรงจะมีความคุ้มค่ากว่าการเลือกซื้อในระบบสินค้าที่จำหน่ายอยู่ทั่วไป

จึงไม่น่าแปลกใจว่าระบบการจำหน่ายสินค้าในระบบธุรกิจขายตรงก็สามารถดำเนินธุรกิจไปได้ เพียงแต่ว่าจะทำอย่างไรให้ผู้บริโภครับรู้หรือยอมรับได้ว่าการเลือกซื้อสินค้าผ่านระบบธุรกิจขายตรงมีความคุ้มค่าสำหรับความคุ้มค่าในความเห็นของผู้บริโภคนั้น มีทั้งมองว่าจะเกิดความคุ้มค่าในด้านของการหาซื้อได้ง่าย รองลงมาคือ ประสิทธิภาพในการใช้ที่ดีกว่า และปริมาณของสินค้าที่ได้รับมากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับสินค้าทั่วไป

แต่สำหรับผู้บริโภคซึ่งไม่เห็นว่า การเลือกซื้อสินค้าจากระบบธุรกิจขายตรงจะมีความคุ้มค่าไปกว่าการเลือกซื้อ สินค้าโดยทั่วไปให้เหตุผลประกอบว่า ราคาของสินค้าในระบบธุรกิจขายตรงมีราคาแพง คิดเป็น 43.9% ลำดับรองลงมาคือ สินค้ามีปริมาณน้อยกว่าเมื่อเปรียบเทียบด้านราคา และ ไม่มีคุณภาพ ตามลำดับ

ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะเป็นสิ่งที่สะท้อน ได้ดีว่าผู้บริโภคมีความต้องการอะไร และความต้องการนั้นได้รับการตอบสนอง จากเจ้าของผลิตภัณฑ์หรือไม่

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1287 ประจำวันที่ 28-3-2012 ถึง 30-3-2012

Comments are closed

var _gaq = _gaq || []; _gaq.push(['_setAccount', 'UA-33517202-1']); _gaq.push(['_setDomainName', 'thaimlmnews.com']); _gaq.push(['_trackPageview']); (function() { var ga = document.createElement('script'); ga.type = 'text/javascript'; ga.async = true; ga.src = ('https:' == document.location.protocol ? 'https://ssl' : 'http://www') + '.google-analytics.com/ga.js'; var s = document.getElementsByTagName('script')[0]; s.parentNode.insertBefore(ga, s); })();