head-slogan
register
edit-profile
search
วันที่ 28 กรกฏาคม 2560 เวลา 08:51 น.

14
เมนูเว็บไซต์
แม่ทีม ผุ้นำ สุดฮอต : คุณ พิสิฏฐ์ – ธัญวรรณ เหมือนเมือง

คุณ พิสิฏฐ์ – ธัญวรรณ เหมือนเมือง

(ดู 1,201) | ยังไม่มีคอมเม้นท์.
หมวดหมู่ แม่ทีม ผุ้นำ สุดฮอต - Update: Feb 13, 2012

ซื่อสัตย์ มั่นคง ดำรงไว้ซึ่งจรรยาบรรณ พิสิฏฐ์ – ธัญวรรณ เหมือนเมือง นักธุรกิจกิฟฟารีนระดับพาราไดซ์ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด

ธุรกิจนี้จะดำรงอยู่ได้ต้องมีจรรยาบรรณ
กิฟฟารีนเติบโตมานานกว่า 15 ปี เพียงพอกับคำว่า
แบรนด์ การันตีได้ว่า ธุรกิจนี้ไม่การหมกเม็ด

ผมกล้าพูดเลยว่าหากไม่มีกิฟฟารีนก็คงไม่มีผมในวันนี้ เมื่อก่อนผมชอบพูดเสมอว่า ผมจนเพราะพ่อเป็นภารโรง ผมจนเพราะมีปู่เป็นลิเก แต่วันนี้ผมไม่ได้จนอีกแล้ว

ถ้าเราสำเร็จคนที่ตามหลังเรามาจะไม่สำเร็จเป็นไปไม่ได้ ปีที่แล้วทีมงานผมออกรถป้ายแดง 8 คัน ผมก็ออกรถคันใหม่ พร้อมทั้งการท่องเที่ยวในต่างประเทศ 10 กว่าประเทศมีโอกาสซื้อที่ดินวันนี้ผมมีทุกอย่างได้ก็เพราะกิฟฟารีน

เสียงสะท้อนที่ยืนยันความสำเร็จของ พิสิฏฐ์ เหมือนเมือง นักธุรกิจกิฟฟารีนระดับพาราไดซ์ ผู้ชนะการแข่งขัน Rally Reward 2554 และชนะการแข่งขันท่องเที่ยวต่างประเทศนับสิบประเทศ และผู้ที่ยืนหยัดมุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ให้รู้ว่า เป้าหมายจะยิ่งใหญ่เพียงใด ก็สามารถทะลายได้หากมุ่งมั่นตั้งใจด้วยแรงสนับสนุนที่ดีอย่าง กิฟฟารีน

จากช่างเทคนิค สู่นักธุรกิจเงินล้าน

แม้ว่าคนเราจะไม่อาจเลือกที่จะเกิดได้ แต่เราก็เลือกที่จะเป็นได้ ในช่วงชีวิตของ ของ พิสิฏฐ์ เหมือนเมือง นักธุรกิจระดับพาราไดซ์ แห่งบริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด จากคนธรรมดาที่จบการศึกษาเพียงแค่ระดับอนุปริญญา ด้านการไฟฟ้าและเริ่มต้นการทำงานด้วยการเป็นมนุษย์เงินเดือนในบริษัทต่างๆ มามากกว่า 5 แห่ง นานกว่า 20 ปี แต่เมื่อมีครอบครัวก็เริ่มมีภาระมากขึ้นเรื่อยๆ จึงต้องมองหาการสร้างรายได้เสริมเพื่อค้ำจุนเศรษฐกิจภายในครอบครัว ซึ่งในช่วงระยะเวลานั้นมีเพื่อนร่วมงานที่พยายามแนะนำธุรกิจเครือข่ายให้ทดลองศึกษาอยู่หลายค่าย แต่ก็ยังไม่มีค่ายไหนที่ชนะใจพิสิฏฐ์ได้เลย

แต่จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ก้าวเข้าสู่ธุรกิจกิฟฟารีนของพิสิฏฐ์นั้น เกิดจากการเห็นพนักงานขับรถของบริษัทท่านหนึ่งที่หิ้วถุงกิฟฟารีนทุกๆ วัน จึงได้เริ่มสังเกตความเปลี่ยนแปลงในชีวิตของเขาและแม้ว่าจะพยายามจับผิด แต่กลับทำให้พิสิฏฐ์ยิ่งเพิ่มความสนใจในตัวธุรกิจกิฟฟารีนมากขึ้น

ซึ่งวันหนึ่งได้มีโอกาสพูดคุยกับพนักงานขับรถท่านนั้น และเขาบอกว่า ธุรกิจกิฟฟารีนไม่ใช่งานขายแต่เป็นการสร้างเครือข่ายผู้บริโภค จึงทำให้เริ่มสนใจมากยิ่งขึ้น แต่ในขณะเดียวกันเมื่อภรรยาทราบเรื่องนี้เข้า ก็ไม่เห็นด้วยกับการทำธุรกิจเครือข่ายในครั้งนี้

ทำให้ในช่วงแรกของการเริ่มต้นธุรกิจกิฟฟารีนเป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างลำบาก เพราะต้องทำควบคู่กับงานประจำด้วย ทำให้ใช้เวลานานในการเรียนรู้เนื่องด้วยกิฟฟารีนมีสินค้าค่อนข้างมาก ทำให้พิสิฏฐ์เริ่มเปิดตลาดด้วยสินค้าชิ้นเล็กๆ อย่างผงซักฟอก โดยเน้นเรื่องของการสาธิตเป็นหลัก แม้ว่าในตอนแรกจะคิดว่าทำไม่ได้ แต่ด้วยเพราะกำลังมีลูกคนที่ 3 ทำให้มีภาระที่เพิ่มมากขึ้น จึงเป็นจุดหักเหให้มีแรงผลักดันที่จะสู้ต่อไป ผนวกกับในช่วงนั้นกิฟฟารีนมีการจัดประชุมประจำเดือนของกิฟฟารีนและได้เจอแนวทางทำให้คิดว่า ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง ให้ได้ ดังนั้นตนจึงได้มีการฝึกพูดคนเดียวให้คล่อง พยายามพัฒนาบุคลิกภาพให้ดูน่าเชื่อถือจนภรรยามองว่า บ้า

ในช่วงเริ่มต้นทำธุรกิจ ผมยอมรับว่ายังไม่เข้าใจเรื่องของแผนการตลาดใดๆ รู้แค่เพียงว่าเราต้องทำงานเพื่อให้ได้เงินเยอะๆ ซึ่งผมยังจำได้ดีว่าเดือนแรกที่เริ่มทำกิฟฟารีนนั้น มีรายได้เพียงแค่ 14 บาท เท่านั้น แต่เรามองเห็นว่าเราได้จริงอย่างที่เขาบอกกัน ซึ่งเราก็เริ่มทำความเข้าใจเกี่ยวกับกิฟฟารีนมากขึ้น ความเปลี่ยนแปลงในครอบครัวทำให้เรามองเห็นโอกาสอีกมากในการทำธุรกิจกิฟฟารีน การทำงานของผมตอกย้ำในเรื่องของการทำธุรกิจเครือข่าย เราสร้างเครือข่ายไม่ใช่ขายของ ซึ่งหลังจากเลิกงานประจำ จะลงสนามเปิดโอกาสให้กับผู้คน ใช้เวลาว่างสำหรับการเข้าประชุมและฝึกอบรมหวังที่จะพัฒนาตัวเองให้เติบโตอยู่เป็นประจำ

จุดหักเหของคนมุ่งมั่นคือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่

แม้ว่าพิสิฏฐ์ จะมุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัวด้วยกิฟฟารีนมากแค่ไหน แต่ด้วยความคิดที่สวนทางกับภรรยาที่ยังมีอคติกับธุรกิจเครือข่าย ทำให้เกิดปัญหาในครอบครัวจนทำให้ครั้งหนึ่งภรรยาขอหย่ากับเขา หลังจากที่พิสิฏฐ์เริ่มต้นทำกิฟฟารีนได้เพียงแค่ 6 เดือนเท่านั้น ทำให้เขาต้องยุติเส้นทางธุรกิจกิฟฟารีนไว้เพียงแค่นั้น แม้ว่าทุกอย่างกำลังดำเนินไปด้วยดี แต่เพื่อชีวิตครอบครัวที่สมบูรณ์ ทำให้พิสิฏฐ์ยอมตัดการทำธุรกิจกิฟฟารีน หันเหชีวิตเข้าสู่การทำธุรกิจส่วนตัวและการเมืองท้องถิ่นควบคู่กับงานประจำไปด้วย ซึ่งนับเป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงสูงมาก หากเทียบกับธุรกิจกิฟฟารีนที่ลงทุนน้อยแต่มั่นคงในระยะยาว

แต่หลังจากนั้นนานกว่า 4 ปี ที่พิสิฏฐ์ยอมตามใจภรรยาเลิกยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจเครือข่าย แต่สิ่งที่ได้รับกลับยังคงมีรายได้จาก กิฟฟารีนมาโดยตลอดอย่างต่อเนื่อง 2000-3000 บาทต่อเดือน และนั่นก็เป็นโอกาสอีกครั้งที่พิสิฏฐ์ขอพิสูจน์ให้ภรรยาได้เห็นว่า เขาเลือกเส้นทางที่ถูกต้อง

แม้ว่าภรรยาจะยังคงมีปฏิกิริยาที่ต่อต้านและไม่เห็นด้วยเช่นเดิม แต่ความมุ่งมั่นที่อยากจะพิสูจน์ตัวเองอีกทั้งพิสิฏฐ์ยังได้ชี้ให้เห็นว่าตลอด 4 ปีที่หยุดไปนั้น ทำให้เราเสียโอกาสมีรายได้มากแค่ไหน เพราะดาวไลน์เขาเราในวันนี้กลับมีรายได้หลักหมื่นกันแล้วและทุกคนต่างมีความเปลี่ยนแปลงชีวิตที่ดีขึ้นทุกคน จึงทำให้ภรรยาใจอ่อนให้ พิสิฏฐ์กลับเข้ามาสู่เส้นทางธุรกิจกิฟฟารีน อีกครั้ง

ซึ่งการกลับเข้ามาสู่เส้นทางธุรกิจกิฟฟารีนในครั้งนี้ พิสิฏฐ์ต้องพิสูจน์ตัวเองมากกว่าในครั้งแรกที่เริ่มต้น ภายใต้เงื่อนไขของภรรยาที่ว่าห้ามลาออกจากงานประจำที่ทำอยู่ และหากจะลาออกต้องมีรายได้ 4 หมื่นบาทขึ้นไปถึงจะลาออกได้ ซึ่งตั้งแต่ปี 2551 ที่กลับเข้ามาทำอย่างจริงจังอีกครั้งเพียงแค่ 13 เดือนผมมีรายได้หลักแสนบาทต่อเดือนแล้ว ซึ่งมากกว่าที่ภรรยาจะคาดคิดเสียอีก

ในช่วงปี2551 ผมเริ่มทำกิฟฟารีนจริงจังมากกว่าเดิม ทุ่มเทมากขึ้น ช่วงที่หยุดพักไปนั้นทำให้ผมมีเวลาได้คิด ได้มองหาวิธีที่จะชวนคนใหม่ๆ เข้ามาขยายเครือข่าย โดยย้ายจากลพบุรีมาขยายเครือข่ายที่อยุธยา ซึ่งผมเชื่อว่าการมีรายได้หลักแสนทุกคนสามารถทำได้

อุปสรรค คือ ประสบการณ์ที่ทำให้กล้าแกร่ง

กระนั้นการทำงานทุกอย่างย่อมต้องมีอุปสรรคเสมอ ไม่เว้นแม้แต่การทำธุรกิจกิฟฟารีน ถึงจะมีต้นทุนทางธุรกิจที่เหนือกว่าบริษัทอื่นๆ ก็ยังต้องเจอขวากหนามให้ฟันฝ่า แต่ทุกๆ ครั้งที่เจอปัญหาย่อมทำให้กล้าแกร่งมากยิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน

พิสิฏฐ์ เล่าถึงปัญหาที่พบเจอในเส้นทางธุรกิจเครือข่ายว่า ปัญหาของคนทำธุรกิจเครือข่าย ส่วนใหญ่คือ ปัญหาของคน โดยเฉพาะคนใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำธุรกิจและหลากหลายที่มา หากเป็นเมื่อก่อนอาจจะทำงานยากเกิดข้อโต้แย้งและผิดพลาดมาก แต่ประสบการณ์จะขัดเกลาให้เราสามารถนำมาปรับประยุกต์ใช้ได้

ในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมาสติหายไปสักพัก เพราะฐานหลักของผมคือ อยุธยา ลพบุรี สิงห์บุรี แต่ชีวิตต้องก้าวต่อไป ต้องเรียกสติกลับคืนมาให้ได้เร็วที่สุด ซึ่งพิสิฏฐ์มีเครือข่ายนักธุรกิจกว่าหมื่นครอบครัว เวลาเราไปชวนคน เรามักจะพูดเสมอว่า ธุรกิจเครือข่ายแม้ว่าจะหยุดได้ แต่รายได้ไม่ได้หยุดด้วย เพราะคนยังบริโภคเป็นปกติ แต่ผมยังมีรายได้อยู่ในหลักล้านอยู่แม้จะตกลงไปบ้าง 20%แต่ก็สามารถพลิกฟื้นขึ้นมาได้เร็วเพราะบริษัทมีการวางแผนรองรับไว้เป็นอย่างดี

ในช่วงนั้นผมมองเห็นวิสัยทัศน์ของคุณหมอ (พญ.นลินี ไพบูลย์) ผ่านทางเฟสบุ๊คจะเห็นสถานการณ์เกี่ยวกับโรงงานอยู่เสมอในช่วงน้ำท่วม ซึ่งท่านได้ป้องกันก่อนน้ำจะท่วม ทำให้เราสามารถสู้กับภัยธรรมชาติได้ ซึ่งเรายังสามารถหาซื้อสินค้าบริโภคได้ โดยสินค้าไม่ขาดตลาดเลย

สำหรับหลักการทำงานที่พิสิฏฐ์ปฏิบัติมาโดยตลอดคือ การสร้างให้ทุกคนมีบทบาทหน้าที่เท่าเทียมกัน มีความเป็นพี่เป็นน้องกันแต่ต้องให้เกียรติกันและกัน มีการตั้งเป้าหมายการทำงานในทีม มีการโหวตยอมรับเสียงส่วนมากเพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามทิศทางเดียวกัน เพื่อให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้ร่วมกันให้เร็วที่สุด

เดินตามนักปราชญ์ย่อมพบหนแห่งความสำเร็จ

แน่นอนว่าเป้าหมายของพิสิฏฐ์จะไม่มีวันสำเร็จได้ หากขาดแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ที่เป็นแรงขับเคลื่อนให้พิสิฏฐ์นั่นคือ พญ.นลินี ไพบูลย์ หัวเรือใหญ่ผู้กุมบังเหียนแห่งบ้านสีฟ้านั้นเอง กิฟฟารีนมีพนักงาน มีสมาชิก มีนักธุรกิจ รวมกันเป็นล้านคน ท่านยังบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งวันนี้ผมไม่ได้มองแค่ทำกิฟฟารีนเพื่อตัวเองแล้ว แต่กลับมองไปข้างหน้าทำเพื่อคนอื่นและมอบโอกาสให้คนอื่นๆ

การเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจในประเทศปีนี้ ส่งผลกระทบต่อหลายๆ ภาคส่วนธุรกิจเพราะอุทกภัยในปีนี้ถือเป็นภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ที่สุด มีหลายโรงงานที่ถูกเลิกจ้าง มีคนตกงานจำนวนมาก แต่คนที่ทำกิฟฟารีน ยังคงมีรายได้หล่อเลี้ยงหากเราไม่ได้หยิบยื่นโอกาสให้พวกเขา ก็อาจจะลำบากเช่นกัน ทำให้เขาเห็นว่ากิฟฟารีนคืออะไร ต้องช่วยเหลือคนกลุ่มนี้ให้สามารถเติบโตเหมือนเช่นเดียวกับเรา

เป้าหมายในอนาคตของพิสิฏฐ์นับต่อแต่นี้ไป มองว่าคนที่จะเข้ามาทำธุรกิจกิฟฟารีน จะต้องมีรายได้มากกว่าตนในช่วงที่เริ่มต้นทำ 4 ปีได้หลักแสน แต่รุ่นใหม่ต้องทำให้ได้เร็วกว่านั้น เพราะวันนี้กิฟฟารีนมีเครื่องมือที่พร้อมให้การสนับสนุนและช่วยเหลือให้คนใหม่ๆ สามารถก้าวไปสู่เป้าหมายได้รวดเร็วมากกว่ารุ่นแรกๆ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่หลากหลายมากขึ้น มีศูนย์ธุรกิจมากขึ้น แค่มาต่อยอด ผมจึงเชื่อว่าจะช่วยให้สำเร็จได้รวดเร็วมากขึ้น ยิ่งทุกวันนี้เรามีเดลิเวอรี่ส่งถึงบ้านที่ครอบคลุมมากขึ้น และเป็นสินค้าที่สามารถเปิดใจคนได้ทุกระดับ

ผมจะทำตามเจตนารมณ์ของ พญ.นลินี ไพบูลย์ ที่เคยกล่าวว่า เราจะก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้งด้วยเจตนารมณ์ที่แน่วแน่ ที่จะนำมาซึ่งความมั่นคงและความสำเร็จอันสูงสุด เพื่อชีวิตที่ดีและมีคุณค่าที่มากขึ้นในสังคมให้กับคนไทยและสมาชิกกิฟฟารีน ตลอดไป ซึ่งผมจะน้อมนำไปใช้เช่นกันนี่คือคำมั่นสัญญา
อ้างอิง : นสพ.เส้นทางนักขาย ฉบับที่ 219 ปักษ์แรก ประจำวันที่ 1-15 มกราคม 2555

Comments are closed

var _gaq = _gaq || []; _gaq.push(['_setAccount', 'UA-33517202-1']); _gaq.push(['_setDomainName', 'thaimlmnews.com']); _gaq.push(['_trackPageview']); (function() { var ga = document.createElement('script'); ga.type = 'text/javascript'; ga.async = true; ga.src = ('https:' == document.location.protocol ? 'https://ssl' : 'http://www') + '.google-analytics.com/ga.js'; var s = document.getElementsByTagName('script')[0]; s.parentNode.insertBefore(ga, s); })();