head-slogan
register
edit-profile
search
วันที่ 26 มีนาคม 2560 เวลา 16:59 น.

14
เมนูเว็บไซต์
แม่ทีม ผุ้นำ สุดฮอต : คุณ ปราณี พุทธิพิพัฒน์ขจร

คุณ ปราณี พุทธิพิพัฒน์ขจร

(ดู 560) | ยังไม่มีคอมเม้นท์.
หมวดหมู่ แม่ทีม ผุ้นำ สุดฮอต - Update: Nov 21, 2011

การปรับรูปแบบการฝึกอบรมให้เข้ากันได้กับวัฒนธรรมองค์กร
แล้วชี้ให้เขาเห็นถึงโอกาสในธุรกิจ
เป็นช่องทางที่เขาจะมีเครือข่ายเป็นของตนเอง

บริษัท ยูนิไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้นำพาบริษัทฝ่าฝน ทนร้อน ท่ามกลางวิกฤตภัยแล้ง และสถานการณ์รอบด้านร้อยแปด เพื่อความอยู่รอดของเกษตรกรทั่วทั้งประเทศ ให้ทุกอณูพื้นแผ่นดินปกคลุมไปด้วยสินค้าเกษตรคุณภาพดี แต่ราคายุติธรรม พร้อมด้วยการส่งมอบธุรกิจเครือข่ายสู่ครอบครัวเกษตรและผู้ที่ใกล้ชิด

วิกฤตภัยแล้งผลักดันคุณภาพและบริการ

แม้ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา วิกฤตภัยแล้งจะส่งผลกระทบเป็นอย่างมากกับกระดูกสันหลังของชาติ หรือชาวเกษตรกรนั่นเอง แต่ก็ใช่ว่า ฟ้า ฝน เทวดา จะกลั่นแกล้งเสมอไป เพราะในขณะนี้ฝนเริ่มตกแล้ว ทำให้เกษตรกรดีใจโห่ร้องให้กึกก้อง ไม่เว้นแม้แต่ ยูนิไลฟ์ ที่แม้ในไตรมาสแรก จะมีอัตราการเติบโตประมาณ 30% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ส่วนในไตรมาสที่ 2 ก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากภัยแล้ง ส่งผลให้ภาพรวมยอดขายของครึ่งปีที่ผ่านมา แม้จะเติบโตกว่าปีก่อน แต่ตัวเลขก็ไม่ได้เป็นไปตามเป้าที่วางเอาไว้

ส่วนทั้งปีมองถึงโอกาส และความเป็นไปได้ถึงการเติบโตที่เพิ่มขึ้น จึงมีการตั้งเป้าหมายไว้ที่ 500 ล้านบาท โดยสำหรับจำนวนสมาชิกใหม่ที่เข้ามาเพิ่มในแต่ละเดือนอยู่ที่ประมาณพันคน ซึ่งถือเป็นอัตราการเพิ่มในจำนวนปกติไม่ได้เน้นความหวือหวา แต่ส่วนใหญ่นักขายที่อยู่ในบริษัทก็จะอยู่ไปแบบพี่น้องยาวนาน ไม่มีการโยกย้ายไปไหน

อย่างไรก็ดี ปราณี ได้เผยถึงแนวความคิดในการพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถให้กับสมาชิก ซึ่งส่วนใหญ่สมาชิกของบริษัทเป็นชาวเกษตรกร สิ่งสำคัญในการที่จะพัฒนาจากผู้บริโภคขึ้นมาเป็นนักธุรกิจได้นั้น ก็คือ การศึกษาถึงวัฒนธรรม ชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขา และปรับรูปแบบของการฝึกอบรมให้สอดคล้อง พร้อมทั้งปูความรู้พื้นฐานที่สำคัญ และชูนวัตกรรมที่มีการใช้แล้วเห็นผลได้จริง ส่วนการซึมซับในการเข้าสู่ธุรกิจได้นั้น ต้องเป็นการชี้ให้เห็นถึงว่า ภาคเกษตรก็สามารถที่จะมีเครือข่ายเป็นของตนเองได้เช่นเดียวกันกับผู้อื่น โดยเริ่มจากคนใกล้ตัวและคนรอบข้างก่อน ทั้งนี้จะเป็นในรูปแบบของการจัด Road Show หรือ on the job training ที่มีนักวิชาการเข้าไปให้ความรู้ทางด้านผลิตภัณฑ์ด้วย ซึ่งเฉลี่ยจัดประมาณ 60 ครั้งต่อเดือน จากเมื่อปีที่ผ่านมาแค่เพียง 10-20 ครั้งเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีการจัดประชุมย่อยของสมาชิก และงาน Expo ที่จัดตามภูมิภาค แต่ไม่ได้จัดถี่มากนัก

หากถามถึงหลักสูตรได้มีการปรับใช้ให้เหมาะสมบ้างแล้ว แต่จะเป็นในลักษณะของการปรับเปลี่ยนไปตามสภาพพื้นที่ต่างๆมากกว่า ซึ่งหลังจากนี้คงนำมาใช้อย่างจริงจังมากขึ้น เนื่องจากเพิ่งได้มีการประกาศใช้ระบบ บริหารคุณภาพ ที่เรียกว่า quality management system โดยในทุกๆหน่วยงาน จะต้องมีการควบคุมแผนอย่างชัดเจน

ชะลอสินค้าใหม่ส่งวิชาการออกสู้ตลาด

ความเป็นจริงของพระราชบัญญัติของกรมวิชาการเกษตรที่ออกมาบังคับใช้ ส่งผลให้ธุรกิจขายตรงในหลายบริษัทต้องปรับตัวตาม ซึ่งก็เช่นเดียวกันกับ ยูนิไลฟ์ ที่ในช่วงนี้ยังคงจะไม่มีการขึ้นทะเบียนสินค้าใหม่เลยจนกระทั่งถึงช่วงเดือนสิงหาคม 2554 ส่วนสินค้าเก่าบริษัทได้มีการปรับแพ็คเกจให้เกษตรกรใช้ได้ง่ายขึ้นเท่านั้น ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนสูตรแต่อย่างใด

แต่จะมีวิธีการแนะนำให้ใช้เคล็ดลับพิเศษ โดยให้นำผลิตภัณฑ์แต่ละรายการที่มีอยู่แล้ว มาประยุกต์ใช้ด้วยกัน ตามสูตรเฉพาะตัวที่สมาชิกค้นพบเอง แล้วเกษตรกรจะสามารถลดต้นทุนลงได้อีก โดยใช้เพียงครึ่งเดียวจากที่เคยใช้ แต่ประสิทธิภาพกลับดีขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากสูตรดังกล่าวเป็นสูตรที่เข้มข้น ทั้งนี้ได้ทดลองสินค้าตัวนี้ในแปลงจริงมาแล้วประมาณ 2 ปี ซึ่งการปรับแพ็คเกจได้เริ่มไปแล้วเมื่อเมษายนที่ผ่านมา มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 1,720 บาท มองว่าสินค้าในชุดนี้จะสามารถช่วยต้นทุนของเกษตรลงได้มาก อีกทั้งยั้งรักษาสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติอีกด้วย โดยสามารถตอบโจทย์ของเกษตรกรอะไรได้หลายสิ่งหลายอย่าง คาดว่าน่าจะจำหน่ายได้เดือนละ 5,000 ชุด ทั้งนี้หากไม่มีการออกสินค้าใหม่มาสู่ตลาด แต่บริษัทได้นำวิชาการ และประสิทธิภาพของสินค้าที่สามารถเห็นผลได้จริงเป็นตัวนำ ซึ่งก็ได้รับผลตอบรับมาเป็นอย่างดีตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี

12 ปี ที่แข็งแกร่งด้วยแผนการตลาดที่มั่นคง

แม้วันครบรอบ 12 ปี ที่จะเกิดขึ้นเดือนสิงหาคมนี้ บริษัทอาจจะไม่มีการจัดงานอะไรที่หวือหวามากมายนัก แต่จะเน้นไปที่การลงในพื้นที่ตามปกติมากกว่า ซึ่งในขณะนี้มีจำนวนสมาชิกที่แอ็คทีฟทำธุรกิจจริงจังประมาณ 10% นอกจากนี้ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรถึง 90% ที่พวกเขาเริ่มต้นจากการใช้สินค้าดีแล้วบอกต่อ แต่ไม่ได้ยึดธุรกิจนี้เป็นอาชีพหลัก ทั้งนี้การขยายตัวบริษัทก็จะสนับสนุนเป็นจุดกระจายสินค้า ให้สมาชิกได้บริหารจัดการเอง และที่น่าแปลก ก็คือ สมาชิกน้อยรายนักที่จะไหลออกจากบริษัทไปอยู่ที่อื่นนอกจากนี้ยังไม่เห็นมีการพาทีมอื่นมาชักจูงสมาชิกของบริษัทออกไปเลย เนื่องจากสมาชิกมีความเชื่อมั่นในสินค้าและบริษัท แต่แผนการตลาดเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนตัดสินใจเข้ามาทำธุรกิจ ซึ่งบริษัทได้มีการปรับไปแล้วเมื่อปี 2552 โดยบริษัทได้เพิ่มผลประโยชน์ให้กับสมาชิกมากขึ้น และเป็นแผนที่เติบโตไปแบบธรรมชาติและยั่งยืน

ส่วนแนวทางของการเข้าไปยังหน่วยงานการศึกษา ปราณี ยอบรับว่าผลตอบรับยังไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากสิ่งที่คนรุ่นใหม่เห็นในขณะนี้ ก็คือ การจบมาแล้วจะเข้าสู่เส้นทางสายอาชีพของพวกเขาเองมากกว่า จำนวนสมาชิกในปัจจุบันจึงเป็นกลุ่มช่วงอายุ 40 ปีขึ้นไป ส่วนรุ่นลูกรุ่นหลานของสมาชิกก็มีเข้ามาบ้างเล็กน้อย ส่วนมากจะช่วยกันในเรื่องของการดูแลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์มากกว่า

นอกจากนี้เราไม่ใช่บริษัทที่มีการฝึกอบรม ให้เน้นแต่ตัวเลขแต่เราเน้นการทำธุรกิจที่ถูกต้องตามจรรยาบรรณมากกว่า ซึ่งบางทีบริษัทอื่นนั้นๆ ก็อาจจะจับกลุ่มผู้มุ่งหวังของตนเอง ซึ่งก็คือ กลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการประสบความสำเร็จที่รวดเร็ว บางทีพวกเขาก็ไม่อยากจะอดทนรอ ฉะนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นอะไรที่จูงใจได้ง่าย เหมือนกับต้องมีอะไรไปแลก มีผลประโยชน์มาล่อ ลักษณะนั้นจะเกิดขึ้นเยอะ เนื่องจากได้เร็วและง่าย แต่ก็จบเร็วเช่นกัน แต่ของยูนิไลฟ์เราไม่ใช่แบบนั้น ยูนิไลฟ์ยังคงเน้นการเติบโตแบบมั่นคงและยาวนานมากกว่า ซึ่งระยะเวลากว่า10ปีก็เป็นการพิสูจน์แล้วว่า เรามาถูกทางแล้วจริงๆ

โอกาสของความสำเร็จเป็นรูปแบบที่ดีไซน์ได้

ปราณี มองว่าภาคเกษตรยังคงเป็นแกนหลักของประชาชนคนทั้งประเทศ ฉะนั้นโอกาสของธุรกิจใน ยูนิไลฟ กับเกษตรกรเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายของบริษัทที่อยู่ในภาคเกษตรมีสูงถึง 30 ล้านคน ทั้งนี้จำนวนสมาชิกของบริษัทยังเข้าไปถึงกลุ่มเป้าหมายได้ไม่ถึง 1% เลยด้วยซ้ำ
ซึ่งหากมองภาพรวมของสินค้าเกษตรทั้งหมดมีมูลค่าอยู่ที่ 100,000 ล้านบาท บริษัทมีสัดส่วนอยู่แค่ 500 ล้านบาทเท่านั้น ดังนั้นบริษัทยังมีโอกาสอีกมหาศาล เพียงแค่เดินเข้าไปหา แนะนำตัวให้เขารู้จัก แล้วให้เขาได้ทดลองใช้สินค้า หากใช้ดีเขาก็สามารถที่จะบอกต่อเองได้ โดยบริษัทได้คำนึงถึงความห่วงใยและ ใส่ใจชีวิตเกษตรกร มาโดยตลอด ซึ่งสอดคล้องกับคำขวัญของบริษัทด้วย คำกล่าวในที่นี่ ก็คือ การใส่ใจให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนได้ แต่มีผลผลิตที่เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งมอบความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในภาคเกษตรทั้งหมด ถือเป็นสิ่งหนึ่งที่จะให้เกษตรกรเหล่านั้นสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและอยู่ได้

ส่วนการประชาสัมพันธ์และโฆษณาในแนวทางของบริษัทเอง แม้ว่าจะเป็นสินค้าใหม่หรือกิจกรรมต่างๆ โดยปกติที่บริษัทลงพื้นที่ในแต่ละครั้ง ก็ได้มีการนำไปโปรโมทอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังจะมีวารสารภายในของบริษัท เอกสาร ใบปลิว วีซีดี ที่จะมีการส่งตรงไปให้พวกเขาด้วย ส่วนสื่อสาธารณะน้อยนักที่จะเข้าถึงกลุ่มดังกล่าว แม้ว่าในขณะนี้สื่อเคเบิ้ลทีวีกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง นี่ก็ถือเป็นการบ้านของบริษัทที่จะทำอย่างไรให้ออกมาโดนใจสมาชิกและผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด

อย่างไรก็ตาม อีกสิ่งหนึ่งที่ ปราณี ยังคงเป็นห่วงในวงการขายตรง นั่นคือความหวังของคนไทยทั้งชาติ ที่จะขจัดสิ้นแชร์ลูกโซ่และธุรกิจผิดกฎหมายให้หมดสิ้นไป ซึ่งทางสมาคมการขายตรงไทยและหน่วยงานภาครัฐก็ได้มีการเล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าว และทำการประชาสัมพันธ์และให้ความรู้ที่ถูกต้องกับประชาชนมาโดยตลอด ตนมองว่าแนวโน้มตรงจุดนี้ก็น่าที่จะดีขึ้นตามลำดับ ส่วนธุรกิจเครือข่ายในปัจจุบัน อาจจะได้รับผลกระทบบ้าง แต่โดยภาพรวมยังคงมีอัตราการเติบโตที่ดีอยู่

ก่อนจบการสนทนาในครั้งนี้ ปราณี ยังได้กล่าวทิ้งท้ายฝากไว้ว่า ผู้ที่จะทำธุรกิจขายตรง ต้องศึกษา ดูตัวบริษัท ดูสินค้า ถ้าสินค้ามีประโยชน์จริง ก็จะขายได้ต่อเนื่องยั่งยืน แต่ถ้าเป็นสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ ก็อาจจะเข้าข่ายหลอกลวง เอาสินค้ามาบังหน้ารึเปล่า ส่วนแผนการตลาด ไม่แน่ใจว่าคนส่วนใหญ่จะเข้าใจแผนไหม เพราะมันค่อนข้างเข้าใจยาก แต่ให้มองง่ายๆ ก็คือ ถ้าต้องลงทุนเยอะเกินไป แล้วมีโอกาสที่จะเสียเงินมีความเสี่ยงสูง ก็ให้ตัดสินใจให้ดีก่อนทุ่มเงินลงไป อย่าให้ความโลภบังตาเท่านั้นเอง
อ้างอิง : นสพ.เส้นทางนักขาย

Comments are closed

var _gaq = _gaq || []; _gaq.push(['_setAccount', 'UA-33517202-1']); _gaq.push(['_setDomainName', 'thaimlmnews.com']); _gaq.push(['_trackPageview']); (function() { var ga = document.createElement('script'); ga.type = 'text/javascript'; ga.async = true; ga.src = ('https:' == document.location.protocol ? 'https://ssl' : 'http://www') + '.google-analytics.com/ga.js'; var s = document.getElementsByTagName('script')[0]; s.parentNode.insertBefore(ga, s); })();