head-slogan
register
edit-profile
search
วันที่ 21 มกรามก 2560 เวลา 08:25 น.

14
เมนูเว็บไซต์
แม่ทีม ผุ้นำ สุดฮอต : คุณ เอกรัตน์ โสภาพ

คุณ เอกรัตน์ โสภาพ

(ดู 615) | ยังไม่มีคอมเม้นท์.
หมวดหมู่ แม่ทีม ผุ้นำ สุดฮอต - Update: Nov 21, 2011

เอกรัตน์มือเก๋า!เสริมทัพบัญชาปั้นแบรนด์SNaturสู่ผู้นำระดับเอเชีย เอกรัตน์ โสภาพ Country Manager ธุรกิจเครือข่ายเอสเนเจอร์ บริษัท ศรีไทย ซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน)

สำหรับนักธุรกิจเครือข่าย..นาทีนี้ คือ เอสเนเจอร์!!

BIZ RECORD ฉบับส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ปักษ์นี้ ขอปิดท้ายปีด้วยการสัมภาษณ์ ผู้บริหารฝีมือดี อีกหนึ่งท่าน ที่คลุกคลีอยู่ในวงการขายตรงมามากกว่า 20 ปี และล่าสุดได้เข้าร่วมงานกับค่ายน้องใหม่มาแรงที่กำลังเป็นที่จับตามองของทุกคนในวงการ นั่นคือ เอสเนเจอร์

กองบรรณาธิการ ได้รับเกียรติจาก เอกรัตน์ โสภาพ Country Manager เอสเนเจอร์ บริษัท ศรีไทย ซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) ร่วมสนทนาเปิดวิสัยทัศน์นักบริหาร เก๋าสนาม ท่านนี้ ที่เรียกได้ว่าเป็นมือขวาของ บัญชา เหมินทคุณ รองกรรมการผู้จัดการด้านธุรกิจเครือข่ายเอสเนเจอร์ ที่จะร่วมด้วยช่วยกัน ผลักดันให้ เอสเนเจอร์ เติบโตสู่เป้าหมาย ขยายเครือข่ายสู่สากลได้อย่างสะดวกโยธิน!!

ย้อนเวลาชีวิตบนเส้นทางธุรกิจเครือข่าย หากหมุนเข็มนาฬิกากลับไปเมื่อกว่า 20 ปีก่อน ประมาณช่วงปี พ.ศ. 2528 ช่วงเวลานั้นคือ จังหวะชีวิตครั้งแรกที่ เอกรัตน์ ได้รู้จักกับ ธุรกิจขายตรง โดยเจ้าตัวเล่าให้ฟังว่า ขายตรงในยุคแรกนั้น ผู้คนส่วนมากที่เข้ามาทำธุรกิจ จะเป็นกลุ่มแม่บ้านเสียส่วนใหญ่ และใช้การขยายธุรกิจด้วยการจัดโฮมมีทติ้ง สาธิตการใช้สินค้า เปิดแคตตาล็อคขาย เพราะเน้นการขายให้ได้เป็นหลัก มากกว่าการวางแผนขยาย เครือข่ายนักธุรกิจ และ เครือข่ายผู้ใช้สินค้า อย่างเช่นในปัจจุบัน ทั้งยุคก่อนมีบริษัทขายตรงเพียง 23 แห่ง ต่างจากสมัยนี้ที่มีบริษัทเปิดใหม่ผุดขึ้นหลายร้อยแห่ง

ยุคแรกของขายตรงนั้น นักขายจะมีอุปกรณ์สาธิตติดรถทุกคน เพื่อพร้อมจะสาธิตสินค้าเข้าไปตามบ้านต่างๆของผู้มุ่งหวังแบบน็อคดอร์ กระทั่งปี พ.ศ.2530 มีขายตรงยักษ์ใหญ่จากประเทศอเมริกาเข้ามาในเมืองไทย ประมาณ 23 ปีหลังจากนั้น ระบบต่างๆในวงการขายตรง ก็เริ่มมีการพัฒนามากขึ้น มีหลักสูตรต่างๆเข้ามาพัฒนานักขาย อาทิ การต้องปรับแอตติจูดให้คิดบวกก่อน การเรียนรู้ที่ลึกซึ้งถึงแผนการตลาด การเรียนรู้ถึงสินค้า ฯลฯ เรียกได้ว่าเริ่มมีเนื้อหาต่างๆ มาประกอบให้ประสบความสำเร็จ

เมื่อเข้าช่วงปี 2535 ก็เริ่มมีขายตรงใหม่เข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการทำงานต่างๆ จึงเริ่มพัฒนาและมีการแข่งขันกันมากขึ้น คนขายตรงเริ่มเปลี่ยนจากหิ้วของเข้าบ้าน ลูกค้าเพื่อสาธิต เป็นการดึงคนเข้าอบรมสัมมนาอย่างเป็นแบบแผน มีการเรียนรู้ สอนตั้งแต่ผู้เริ่มต้นเป็นระดับขั้นขึ้นไปจนถึงระดับผู้นำ กระทั่งกาลเวลาผ่านไปถึงยุคปี พ.ศ. 2540 ขายตรงจากอเมริกาก็เข้ามาในไทยมากขึ้น เริ่มส่งผลต่อบริษัทดั้งเดิมที่มีอยู่ การดึงตัวผู้นำ ก็เกิดขึ้นในยุคนี้เอง มีการโยกย้ายในกลุ่มของแม่ทีมต่างๆ ไปจนถึง เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทาง วิวัฒนาการของแผนการตลาด และ ผลิตภัณฑ์ ที่เริ่มโฟกัสให้มี ผลิตภัณฑ์เด่น ของตัวเองมากขึ้น มากกว่าการเน้นให้มีสินค้ามากมายครบทุกกลุ่มเท่านั้น

ในส่วนของตัวผมเอง ก่อนหน้านี้เคยผ่านการบริหาร ในบริษัทขายตรงต่างชาติมาโดยตลอด 6 บริษัท มุมมองในตอนแรก บางครั้งแอบคิดว่าขายตรงต่างชาติมีระบบที่ดีกว่าบริษัทคนไทย แต่เมื่อได้มาสัมผัสบริษัทคนไทย อย่างเอสเนเจอร์ที่อยู่ภายใต้เครือศรีไทยกรุ๊ป การบริหารของคุณสนั่น อังอุบลกุล ทำให้ความคิดผมพลิกไปเลย รู้แล้วว่ามันไม่ได้ขึ้นอยู่กับบริษัทคนไทย หรือ บริษัทต่างชาติแล้ว แต่ทุกอย่างมันอยู่ที่วิสัยทัศน์ของเจ้าของมากกว่า ว่าจะกำหนดทิศทางการบริหารและลงทุนแบบไหน อยู่ที่ส่วนบุคคลแล้ว ดังนั้นความแตกต่างของต่างชาติหรือคนไทยไม่ใช่ประเด็น จุดนี้เองทำให้ผมตัดสินใจเข้าร่วมงานที่ เอสเนเจอร์

เอสเนเจอร์แกร่ง!ภายใต้ปีกศรีไทยกรุ๊ป

เอกรัตน์ ได้เล่าถึงมุมมองที่น่าสนใจของ สนั่น อังอุบลกุล บิ๊กบอส ศรีไทยกรุ๊ป ให้ฟังว่า มีอยู่ครั้งหนึ่ง คุณสนั่นได้พูดว่า ถ้าหากท่านอยากได้ยอดธุรกิจเพิ่มขึ้นสักพันล้าน ต้องลงทุนซื้อเครื่องจักรเพิ่มอีกมหาศาลเป็นระดับพันหรือหมื่นล้านเช่นกัน แต่การลงทุนกับคน ในที่นี้คือการสร้างบริษัทที่ดี แผนการตลาดที่ดี สินค้าที่ดี อาจไม่ต้องลงทุนเป็นพันเป็นหมื่นล้าน ก็สามารถสร้างยอดธุรกิจได้เป็นพันล้านเช่นกัน นี่คือวิสัยทัศน์ของท่านที่ประทับใจผม ตั้งแต่ได้เคยเข้ามาคุยก่อนหน้าจะตัดสินใจเข้ามาร่วมงาน เพราะท่านถือเป็นผู้ที่เข้าใจธุรกิจขายตรงอย่างลึกซึ้งจริง จากวันนั้นจนถึงตอนนี้ผมก็นั่งบริหารในเอสเนเจอร์มาประมาณ 8-9 เดือนแล้ว

นอกจากนี้แล้ว เอกรัตน์ กล่าวต่อว่า บิ๊กบอสสนั่น ยังเปิดโอกาสให้ทีมบริหารของ เอสเนเจอร์ ที่นำโดย บัญชา ได้มีโอกาสบริหารและตัดสินใจเองเกือบ 100 %

ที่ต้องใช้คำว่าเกือบ 100% เพราะบริษัทศรีไทยฯ อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ดังนั้นจึงมีประเด็นบางอย่างที่ต้องเป็นเรื่องที่ต้องมีการรายงานให้รัดกุมที่สุด แต่ในเรื่องของการคิดไอเดียใหม่ การบริหารทุกสิ่งอย่างคือทีมของเราเป็นผู้ตัดสินใจ คุณบัญชาก็ขึ้นตรงกับคุณสนั่นโดยตรง ทำให้การทำธุรกิจ การตัดสินใจ คิดไว ทำไว และทันสถานการณ์ พร้อมที่จะแข่งขันในสนามได้ตลอดเวลาจริงๆ จุดนี้เองที่บริษัทฯต่างชาติบางแห่งทำไม่ได้ เพราะทุกอย่างต้องรออนุมัติผ่านบริษัทแม่ที่ต่างประเทศก่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหน

ทั้งนี้ในส่วนการทำงานของ เอกรัตน์ ภายใต้ตำแหน่ง Country Manager เขาผู้นี้คือคนที่รับนโยบายทุกอย่างต่อมาจาก บัญชา เรียกได้ว่าเป็นมือขวาคนสำคัญที่คุมการบริหารงานภายในประเทศทั้งหมด เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่ง ก่อนเตรียมขยายเครือข่ายสู่นานาชาติ ภายใต้โค้ดเดียวทั่วโลก ที่จะทำให้ คนไทย มีโอกาสเป็นอัพไลน์ของชาวต่างชาติบ้าง

ผมโชคดีที่มีทีมทำงานด้วยกันเก่งทุกคนในแต่ละด้าน ทั้งฝ่ายผลิตภัณฑ์ ฝ่ายขาย ฝ่ายการตลาด ฝ่ายดูแลสาขาที่ตอนนี้มีประมาณ 15 แห่งแล้ว ทุกคนล้วนผ่านประสบการณ์ในวงการขายตรงมาอย่างเชี่ยวชาญและมีฝีมือในการทำงานในด้านของตนอย่างยอดเยี่ยม ทำให้องค์กรของเราสามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างง่ายดาย ทำให้ผมเองเบาแรงเพราะมีทีมที่มีความสามารถมาช่วยกัน

ในปีหน้า เอกรัตน์ บอกว่า เอสเนเจอร์ ยังคงเปิดแนวรุกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเตรียมที่จะเพิ่มบุคลากรแผนก ไอที และ การเงิน เพื่อความคล่องตัวมากยิ่งขึ้นในการ บุกตลาดในต่างประเทศที่จะเกิดขึ้นในปีหน้าด้วย โดยคาดว่าบุคลากรของเอสเนเจอร์ในปีหน้าน่าจะไม่ต่ำกว่า 100 คน โดย บิ๊กบอสสนั่น ได้อนุมัติให้ลงทุนเกี่ยวกับเรื่องบุคลากรเต็มที่

โอกาสทองนักธุรกิจเครือข่าย

ทั้งนี้ปัจจุบัน เอสเนเจอร์ มีสมาชิกอยู่ประมาณ 40,000 คน ACTIVE 30% จากที่ก่อนหน้า ทีมบริหารใหม่ และ เอกรัตน์ จะได้เข้ามาเริ่มปรับโครงสร้างในเดือนมิถุนายน และปรับแผนใหม่ในเดือนสิงหาคม เดิมนั้นบริษัทมีฐานสมาชิกอยู่ประมาณ 20,000 คนและส่วนมากจะเป็นผู้บริโภคเป็นหลักเท่านั้น

ตอนนี้เรามีสมาชิกใหม่เข้ามาเพิ่มประมาณ 3,000 คนต่อเดือน และคาดว่าปีหน้าจะมียอดสมาชิกเพิ่มไม่ต่ำกว่า 10% ในแต่ละเดือน และกลยุทธ์จากนี้ไปนอกจากจะหาสมาชิกใหม่เข้ามาเพิ่มแล้ว ยังต้องเปลี่ยนให้ผู้บริโภคที่เป็นสมาชิกอยู่แล้ว หันมาสนใจในการทำธุรกิจเพิ่มขึ้น ดังนั้นเราจึงต้องเน้นการฝึกอบรมให้มากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างนักธุรกิจมืออาชีพให้เกิดขึ้นในองค์กรของเรา ปีหน้าเราจึงจะรับบุคลากรเข้ามาเพิ่มในส่วนของการฝึกอบรม ที่ผ่านงานในวงการขายตรงมาแล้ว มาเสริมทัพแนวรุกอีกด้วย และเราคาดว่าในปีหน้า 2554 จะมีตัวเลขยอดขายที่ 400 ล้านบาท จากปีนี้ที่คาดว่าน่าจะจบที่ 100 ล้านกว่าบาท

เอกรัตน์ ตอกย้ำว่า การทำงานทุกอย่าง บริษัทจะเน้นการซัพพอร์ทสมาชิกเต็มที่ ให้ทุกคนทำงานได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชั่นต่างๆ การหาสินค้าใหม่ๆเข้ามาเสริม การดูแลฝึกอบรม เพื่อให้ทุกคนไม่เหนื่อยและรู้สึกอบอุ่นว่า บริษัทดูแลเขาได้อย่างดีจริง และล่าสุดคือการผนึกกำลังกับพันธมิตรใหม่ โดยการเซ็นสัญญากับ ยินตัน ที่เดิมนั้น เคยทำตลาดผ่านขายตรงชื่อ ยินตันนีโอพลัส แต่ขณะนี้ หลังจากยุบบริษัทดังกล่าวไป สมาชิกเดิมทั้งหมดร่วม 3 พันคน ก็ได้ย้ายเข้ามาอยู่กับ เอสเนเจอร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว อีกทั้งสินค้าคุณภาพต่างๆของยินตัน จะถูกนำมาจำหน่ายผ่านช่องทางของเอสเนเจอร์อีกด้วย โดยช่วงแรกจะเน้นผลิตภัณฑ์ทางด้านอาหารเสริมเป็นหลัก ทำให้ตอนนี้เอสเนเจอร์มีสินค้ารวมทั้งหมดร่วม 200 รายการ

เอสเนเจอร์ธุรกิจเครือข่ายไทยสู่ธุรกิจเครือข่ายสากล นี่คือคำพูดที่ เอกรัตน์ บอกว่า บิ๊กบอสสนั่น ตอกย้ำมุ่งมั่นชัดเจนมาโดยตลอด ประจวบเหมาะกับประสบการณ์ของ บัญชา ที่ผ่านงานกับบริษัทขายตรงต่างประเทศมา ทำให้ทุกอย่างมีความเข้มแข็งขึ้น ปีหน้าการเริ่มบุกตลาดต่างประเทศจะชัดเจนมาก

โดยจะเริ่มต้นที่ ประเทศพม่า ลาว และ อินโดนีเซีย นอกจากนี้ในอนาคตยังเตรียมบุกอีกหลายประเทศที่มีฐานลูกค้าของศรีไทยขยายอยู่ก่อนแล้ว ดังนั้นเป้าหมายของการก้าวขึ้นสู่ ผู้นำธุรกิจเครือข่ายในระดับเอเชีย จึงเป็นเรื่องที่อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมอย่างแน่นอน

และก่อนจบการสนทนาในครั้งนี้ เอกรัตน์ ยังได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า สำหรับนักธุรกิจเครือข่าย..นาทีนี้ คือ เอสเนเจอร์!!

อ้างอิง : นสพ.เส้นทางนักขาย

Comments are closed

var _gaq = _gaq || []; _gaq.push(['_setAccount', 'UA-33517202-1']); _gaq.push(['_setDomainName', 'thaimlmnews.com']); _gaq.push(['_trackPageview']); (function() { var ga = document.createElement('script'); ga.type = 'text/javascript'; ga.async = true; ga.src = ('https:' == document.location.protocol ? 'https://ssl' : 'http://www') + '.google-analytics.com/ga.js'; var s = document.getElementsByTagName('script')[0]; s.parentNode.insertBefore(ga, s); })();