head-slogan
register
edit-profile
search
วันที่ 26 กรกฏาคม 2560 เวลา 18:38 น.

9
เมนูเว็บไซต์
ข้อคิด คำคม ขายตรง : การสร้างขวัญและกำลังใจสำหรับผู้ที่ล้มเหลวในธุรกิจเครือข่ายหรือขายตรง

ปัญหาใหญ่ของคนที่ทำธุรกิจเครือข่ายแล้วไม่ประสบความสำเร็จ นั่นก็คือ เมื่อล้มเหลวครั้งแรกก็เกิดอาการถอดใจ ไม่มีกะจิตกะใจสู้ นำไปสู่การสร้างทัศนคติในเชิงลบ ทั้งๆ ที่ความล้มเหลว เป็นของธรรมดาที่ไม่ว่าใครก็ตามล้วนแต่ต้องผ่าน เมื่อเป็นเส้นทางในการก้าวไปสู่ความสำเร็จ
การที่คุณล้มเหลวในครั้งแรก หรือล้มเหลวอีกหลายครั้ง ไม่ได้หมายความว่าชีวิตนี้ ประตูแห่งความสำเร็จได้ถูกปิดตายไปแล้ว ดังนั้นการลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับมัน ด้วยการมีสติและใช้ความคิดตรึกตรองเพื่อแก้ปัญหา น่าจะเป็นหนทางที่ดีกว่าจมปลักอยู่กับที่ โดย กาย ไพรินทร์ บรรณาธิการผู้อำนวยการหนังสือพิมพ์ ตลาดวิเคราะห์ มีแนวทางสร้างขวัญกำลังใจสำหรับผู้ล้มเหลวในธุรกิจเครือข่าย ให้กลับมาลุกขึ้นสู้ใหม่เพื่อทุกคนจะได้รู้จักว่าความสำเร็จเป็นอย่างไร

ฌาฑินี : ปัจจุบันนี้มีคนจำนวนมากที่จมอยู่กับเรื่อง ราวที่ล้มเหลวของตัวเอง จนไม่มีกะจิตกะใจที่จะทำอะไร แล้วจะมีวิธีฟื้นความรู้สึกฮึดสู้ให้กลับคืนมาได้อย่างไร
กาย ไพรินทร์ : ก่อนอื่นคงต้องตั้งคำถามย้อนกลับไปหาตัวเองเลยว่า การคร่ำครวญและจมอยู่กับอดีต ทำแบบนั้นแล้วได้อะไร บางคนจมอยู่เป็นปีๆ และก็ยังจมอยู่อย่างนั้น แล้วการที่เราเป็นแบบนั้นทำให้ชีวิตเราดีขึ้นไหม เมื่อมันไม่ดีขึ้นเราก็ควรเปลี่ยนความคิดใหม่ ต้องหาเรื่องอื่นทำ เพื่อฟื้นฟูแรงกายแรงใจของเราขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง
ถ้าคนเราจมอยู่กับอดีตสังเกตดูว่าจะไม่อยากทำอะไร รู้สึกเบื่อ ดังนั้นเราต้องหางานมาทำ เมื่อเราเพลิด เพลินกับการทำงานและกิจกรรมใหม่ๆ ที่เราทำ เมื่อนั้นเราจะเริ่มลืมความทุกข์ระทม ค่อยๆ เริ่มทำ หลังจากทำไปอย่างต่อเนื่อง เราจะมีความรู้สึกว่าชีวิตเราดีขึ้น ได้พบกับความสดใส พบกับสิ่งแปลกใหม่ เพราะเราไม่มีเวลาว่างมากเกินไป เมื่อต้องใช้เวลาไปกับการทำงาน เมื่อนั้นเราจะพบกับแสงสว่างอีกครั้งหนึ่ง

ฌาฑินี : คนเราถ้าจมอยู่กับอดีตมากๆ จะส่งผลดี หรือผลเสียมากน้อยแค่ไหน เพราะอะไร
กาย ไพรินทร์ : ผมไม่เคยเห็นใครที่จมอยู่กับอดีต แล้วเกิดผลดีกับตัวเอง บางคนอาจจะมีอดีตที่เคยหวาน เคยประสบความสำเร็จมามากมาย สังเกตง่ายๆ คนไหนที่เคยสำเร็จมาในอดีต เขาคนนั้นจะชอบพูดถึงความสำเร็จ หลังจากนั้นไปสักพักหนึ่ง ก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า แต่เวลาไปพูดคุยกับผู้อื่นก็พูดถึงแต่เรื่องอดีต ทั้งที่ปัจจุบันตัวเองไม่สำเร็จอีกเลย เพราะฉะนั้นเราอย่าไปจมกับมันมากเกินไป เอาอดีตเป็นกรณีศึกษาเลียนแบบ เพื่อพัฒนาตนเองให้ก้าวหลุดพ้นจากบ่วงกรรม แต่เราอย่าไปจมปลักอยู่กับมัน
ถ้าเราไม่หาทางหลุดพ้นจากความล้มเหลว มันก็จะวนเวียนมาอยู่กับตัวเรา มาครอบงำเรา ทำให้เราอ่อนแอ ไม่มีกะจิตกะใจที่จะต่อสู้ ฉะนั้นเราต้องค้นหาตัวเองให้เจอ ด้วยการหาความรู้ใหม่ๆ คนที่ไม่จมอยู่กับเรื่องราวในอดีต จะมีวิธีคิด วิธีคิดของคนเราจะต้องคิดในทัศนคติที่ดี อย่าคิดในทางลบ เราจะได้มีวิธีการใหม่ๆ ในการดำเนินชีวิต ต้องใช้เวลาเรียนรู้ หาตำรา ดูข่าว หาแง่มุมที่จะกระตุ้นกำลังใจให้เราไปสู่ความฮึกเหิม ความสำเร็จ นี่คือจุดเริ่มต้น เราจะได้ก้าวผ่านพ้นความทุกข์ระทมหรือการจมอยู่กับอดีต

ฌาฑินี : เวลาที่เราทำอะไรไม่สำเร็จ ก็มักโทษคนอื่น และโทษสิ่งแวดล้อมต่างๆ แบบนี้เป็นเพราะอะไร
กาย ไพรินทร์ : มนุษย์ทุกคนส่วนใหญ่ความคิดอ่านยังอยู่ในวงแคบๆ ผมเองก็เคยเป็น เมื่อไม่ได้ดังใจก็โทษคนโน้นคนนี้ แต่ถ้าเรามีความรู้หลากหลายมากขึ้น เราจะมีความเข้าใจว่าที่มันไม่เป็นไปตามความต้องการของเรานั้น เกิดจากสาเหตุอะไร ไม่ใช่เพราะคนอื่นแต่เป็นเพราะตัวเรามีความบกพร่อง ผิดพลาด แต่คนที่จะสำนึกตรงนี้ได้จะต้องเรียนรู้ภาวะแวดล้อมให้มากๆ ศึกษาชีวิตคนให้มาก ถ้าเรารู้ของเราอยู่คนเดียว พอไม่ได้ดั่งใจ มันก็ทำให้การทำงานหรือทำให้ชีวิตของเราล้มเหลว เราจึงต้องมาประเมินว่าทำไมจึงมีปัญหาเรื่องนี้ มาคำนวณ จาก ตัวเองเป็นหลัก ว่าเรามีจุดบอดหรือข้อบกพร่องไหม ถ้าหากเราไม่มีข้อบกพร่อง จึงค่อยไปประเมินคนรอบข้างหรือ สิ่งแวดล้อม ต้องมีความชัดเจน จึงจะไปแก้ไขปัญหา ในอนาคตได้
ฌาฑินี : ความล้มเหลวของคนเราส่วนใหญ่ มักเกิดจากตัวเรา สิ่งแวดล้อม หรือว่าคนรอบข้าง ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น
กาย ไพรินทร์ : บางทีเราทำงาน เราไม่ได้ทำคนเดียว งานบางเรื่องเกี่ยวกับคนอื่นด้วย เมื่อไม่ทำให้ผนึกกันได้ งานก็จะชะงัก เมื่อจะเอาเวลาไปทำอย่างอื่นก็ไม่ได้ เพราะงานติดขัด เพราะไม่สามารถดำเนินการด้วยตัวเองได้ คนที่มีความคิดเป็นทีมก็มี หรือคนมีความคิดเป็นเอกเทศก็มี เราต้องหาทางแก้ไข เพื่อขับเคลื่อนพลังในการทำงานให้ได้ อย่าให้คนสามสี่คนมาเป็นตัวแปร ค่อยๆ แก้ไข เพื่อสร้างพลังขับเคลื่อนให้เราก้าวไปสู่ความสำเร็จ ตัวแปรก็จะน้อยลง ดังนั้นจึงควรค่อยๆ แก้ไขหรือพัฒนาไป

ฌาฑินี : เคยประสบปัญหาท้อแท้หรือล้มเหลวบ้างไหม แล้วจะมีวิธีการแก้ไขอย่างไรบ้าง
กาย ไพรินทร์ : ทุกคนต้องเคยผ่านความท้อแท้อยู่แล้ว แต่ปัญหาก็คือว่า เราจะไปจมอยู่กับความท้อแท้ทำไม แทนที่จะนั่งจมจ่อมอยู่กับความท้อแท้ เราควรหันมาหาทางแก้ไขดีกว่าไหม แม้จะต้องใช้เวลา แต่เราก็ควรใช้สมองต้องคำนวณว่าจะต้องแก้ไขอย่างไร อย่าปล่อยให้ผ่านเลยไปเรื่อยๆ เมื่อมีโอกาสแก้ไขเราก็ต้องทำทันที
นี่แหละคือวิธีการแก้ไขปัญหา ทุกคนควรทำ เพราะทุกคนจะต้องก้าวผ่านจุดนั้น ไม่ใช่ใช้ชีวิตอยู่ไปวันๆ ทุกคนต้องมีพัฒนาการเป็นของตัวเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ตัวเองมีความเติบโตในการทำงาน เมื่อเราได้มีโอกาสแก้ไข พัฒนา ความเก่งและประสบการณ์ก็ย่อมบังเกิดขึ้น ซึ่งนั่นเป็นหนทางที่เราจะก้าวสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน

ฌาฑินี : หากเราล้มเหลวจากธุรกิจเครือข่ายหรือขายตรงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ช่วยวิเคราะห์ได้ไหมว่าเกิดมาจากสาเหตุอะไร
กาย ไพรินทร์ : คนเราล้มเหลวจากองค์ประกอบหลายอย่าง แต่หลักๆ ก็คงมีอยู่ 2 3 ปัจจัย อันดับแรกเป็นเรื่องของความหูเบา ใจง่าย เคลิ้มตามคนง่ายๆ คนชวนไปไหนก็ไป ทั้งนี้เพราะคนชวนจะเอาความโลภของเรา มาล้างสมอง มาล้างความรู้สึก ความนึกคิดที่เป็นเอกเทศ ของตัวเรา มาล้างสมองให้เราเป็นสาวกของเขา เมื่อความจริงปรากฏ เราก็มีความรู้สึกว่าไม่ใช่ เราก็จะรู้สึกอึดอัด เมื่อเรารู้ตัวว่าถูกหลอกมา ในที่สุดเราก็ต้องย้ายไปอยู่ค่ายอื่น โดยที่เราไม่ได้ศึกษาเรียนรู้ให้ชัดเจน สุดท้าย เราก็ถูกหลอกอีก
เพราะฉะนั้นทางที่ดีเราอย่าเคลิ้มตามใครง่ายๆ จงเชื่อมั่นในข้อมูลที่ตัวเองได้รับ นั่นหมายความว่าเราต้องเรียนรู้ในตัวสินค้านั้นๆ ด้วย การที่บริษัทมีสินค้าดี ยังไม่พอที่เราจะตัดสินใจไปอยู่บริษัทนั้นได้ หากแต่ต้องดูว่าผู้ประกอบการกล้าแค่ไหนที่จะส่งเสริมให้เราทำงานง่ายขึ้น ต้องมีงบประมาณในการใช้สื่อ ถ้าไม่มีแสดงว่านั่นไม่ใช่ของจริง เราก็อย่าไปตัดสินใจให้เคลิ้มตาม จะได้ไม่มีปัญหา ในการย้ายค่ายบ่อยๆ

ฌาฑินี : คนเราเมื่อรู้สึกว่าตัวเองล้มเหลว จะรู้สึกอาย จิตใจห่อเหี่ยว หมดกำลังใจ ในที่สุดทำให้เกลียดอาชีพขายตรงไปเลย หากเราจะปรับความรู้สึกดีๆ ในการทำอาชีพขายตรง จะมีวิธีการทำได้อย่างไรบ้าง
กาย ไพรินทร์ : ขอให้เรามีความรักและชอบอาชีพเครือข่ายขายตรงด้วยจิตวิญญาณอันแท้จริง อย่าเข้าไปเพราะมีความโลภเป็นพื้นฐานเดิม การที่เราเข้าไปทำอาชีพขายตรงให้เข้าไปเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเราให้ดีขึ้น อย่างน้อยเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการผลักดันให้เราก้าวไปสู่ความสำเร็จเหมือนคนอื่นๆ ที่เราได้ศึกษาเรียน รู้มา ฉะนั้นการทำงานอะไรก็แล้วแต่ บางทีเราต้องมีความละเอียดรอบคอบ ชัดเจนตามสมควร ถ้าเราไม่มีตรงนี้ โอกาสที่จะนำพาให้เราก้าวไปสู่ความสำเร็จค่อนข้างยาก
ทิศทางหรือเข็มทิศที่ดีที่สุดที่ไม่ทำให้เราท้อแท้สิ้นหวัง ก็คือต้องมีความมุ่งมั่น อาชีพอะไรก็แล้วแต่ถ้าเราเลือกทำเพราะความรัก เมื่อเราเกิดความล้มเหลว ก็อย่าไปเกลียด อย่าไปท้อแท้ เมื่อเราล้มเหลวจากบริษัทนี้โดยไม่ใช่ความผิดของเรา ก็อย่าไปโทษบริษัทนั้นๆ แต่เราควรไปเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ดีๆ เพื่อผลักดันตัวเอง ก้าวไปสู่อีกมิติหนึ่ง นี่คือสิ่งที่ดีที่สุด เพราะถ้าเราไปจมอยู่กับเรื่องอดีต จมอยู่กับความล้มเหลวของบริษัทเก่าก็ไม่มีประโยชน์ ไม่ทำให้ชีวิตเราดีขึ้น ดังนั้นเราจงไปสร้างรูปแบบการทำงานใหม่ๆ ให้กับตัวเอง นั่นแหละจึงจะมีโอกาสก้าวไปสู่ความสำเร็จ พิชิตความสำเร็จด้วยกลไกหรือวิธีการใหม่ๆ

ฌาฑินี : ถ้าเราปรับทัศนคติใหม่ และหาวิธีการใหม่ๆ ให้กับตัวเอง เราพอจะมีหวังในการนำพาตัวเองก้าวไปสู่ความสำเร็จในอนาคตได้หรือไม่
กาย ไพรินทร์ : หากทุกคนกล้าเปลี่ยนแปลงตัวเอง กล้าทำในสิ่งใหม่ๆ สิ่งที่ดี ที่ตัวเองยังไม่เคยทำ โอกาสสำเร็จมีสูงมาก ถ้าไม่กล้าเปลี่ยนแปลงตัวเอง ไม่กล้าพลิกตัวเอง ให้ไปสู่อีกโลกหนึ่งของวิถีชีวิตใหม่ โอกาสสำเร็จมีน้อย ทำธุรกิจเครือข่ายขายตรง จะให้อยู่บริษัทใหญ่แค่ไหนก็ตาม สำคัญที่อยู่มานานทำเป็น อาชีพ แต่รายได้ต้องมีความมั่นคง ชีวิต ต้องดีขึ้น รายได้ต้องสูงขึ้น

ฌาฑินี : เมื่อเราทุ่มเทอย่างเต็มที่ เพราะมุ่งหวังในเรื่องความสำเร็จ แต่ทำมาหลายเดือนก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ เราควรเดินหน้าต่อไปอย่างไร
กาย ไพรินทร์ : ต้องประเมินดูดีๆ ต้องดูว่าถูกที่ ถูกเวทีไหม หรือสินค้าโดนใจไหม วิธีการทำงานของเราเข้าใจคำว่าเครือข่ายหรือเปล่า เดี๋ยวนี้การทำเครือข่ายไม่ได้มีว่ารายได้ต้องเกิดจากแผนการจ่ายผลตอบแทนอย่างเดียว แต่เกิดจากการขายปลีก แต่คุณจะไปขายคนเดียวไม่ได้ ต้องมีวิธีการ นั่นคือการใช้สื่อ เพราะถือว่าเป็นอาวุธเด็ดในการทำเครือข่าย เดี๋ยวนี้ผู้นำเข้าไปลงทุนมากมายเพราะลงทุนแล้วได้ผล โลกเครือข่ายเดี๋ยวนี้เปลี่ยนไปเยอะ ถ้าคุณก้าวไม่ทันกลไกการแข่งขันในอุตสาหกรรมเครือข่ายขายตรง เราก็จะย่ำต๊อกอยู่กับที่ สุดท้ายทุนก็หายกำไรก็หด เพราะสมาชิกไม่เพิ่มขึ้น ยอดขายปลีกก็ไม่มีเลย ยอดขายรวมก็ไม่มีเลย เพราะถูกคู่แข่งเบียดไปหมด นี่คือปัญหาใหญ่ที่แม่ทีมจำนวนมาก ไม่ได้คิดอ่าน ไม่ได้ตรึกตรอง มีแต่ใช้วิธีการเก่าๆ ทำงาน ในที่สุดก็ไม่สำเร็จ ฉะนั้นต้องเปลี่ยนตั้งแต่วันนี้ ชีวิตคุณจะดีขึ้นในวันข้างหน้า

อ้างอิง : นสพ. ตลาดวิเคราะห์

Comments are closed

var _gaq = _gaq || []; _gaq.push(['_setAccount', 'UA-33517202-1']); _gaq.push(['_setDomainName', 'thaimlmnews.com']); _gaq.push(['_trackPageview']); (function() { var ga = document.createElement('script'); ga.type = 'text/javascript'; ga.async = true; ga.src = ('https:' == document.location.protocol ? 'https://ssl' : 'http://www') + '.google-analytics.com/ga.js'; var s = document.getElementsByTagName('script')[0]; s.parentNode.insertBefore(ga, s); })();