head-slogan
register
edit-profile
search
วันที่ 21 กรกฏาคม 2560 เวลา 12:36 น.

14
เมนูเว็บไซต์
แม่ทีม ผุ้นำ สุดฮอต : คุณ ชุดาธาร นิลวงค์

คุณ ชุดาธาร นิลวงค์

(ดู 567) | ยังไม่มีคอมเม้นท์.
หมวดหมู่ แม่ทีม ผุ้นำ สุดฮอต - Update: Oct 27, 2011

โชคชะตาฟ้าลิขิต…แต่ชีวิตเธอลิขิตด้วยตนเอง ชุดาธาร นิลวงค์ นักธุรกิจเอมสตาร์ระดับเอมเมอร์รัลด์สตาร์ บริษัท เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค จำกัด

สุขใดไม่เท่า การมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ดังคำกล่าวว่า ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ หากเรามีสุขภาพไม่แข็งแรง 3 วันดี 4 วันไข้ ทำงานไปหยุดไป เป็นใครก็คงทุกข์

ที่ทำงานที่ไหนก็คงจะเขม่นเป็นพิเศษ คงยากที่จะมีบริษัทไหนยอมรับและเข้าใจได้ กับการทำงานได้ไม่เต็มที่ของคนที่มีปัญหาด้านสุขภาพ ผลที่ได้รับ คือ รายได้ก็หดหาย แถมต้องมีค่าใช้จ่ายรักษาตัวเองเพิ่มอีก ทุกข์ทั้งกายทุกข์ทั้งใจ

เฉกเช่น คุณชุดาธาร นิลวงค์ นักธุรกิจเอมสตาร์ระดับเอมเมอร์รัลด์สตาร์ เดิมที่เคยทุกข์ใจเพราะสุขภาพไม่ดีและความไม่แน่นอนในด้านการงาน แม้ว่าจะมีรายได้ไม่ดีเท่าที่ควร แต่โชคชะตายังเข้าข้างเธอ ที่วันนี้เธอได้มาพบทางสว่างที่ เอมสตาร์ ในที่สุด

ต้นทุนชีวิตที่น้อยนิด

คุณชุดาธาร นิลวงค์ เกิดที่ ต.ท่าคล้อ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี มีพี่น้องทั้งหมด 3 คน เธอเป็นลูกคนสุดท้อง ฐานะทางครอบครัวค่อนข้างขัดสน ต้องทำงานหาเช้ากินค่ำมาตลอด

เมื่ออายุได้ 10 ขวบ ก็ป่วยเป็นโรคไทรอยด์เป็นพิษและเข้าไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลแก่งคอย คุณหมอบอกว่า ที่เป็นไทรอยด์ก็เพราะ ขาดสารไอโอดีน ซึ่งสารอาหารเหล่านี้ มักจะอยู่ในอาหารทะเล คุณหมอจึงแนะนำให้ทานอาหารทะเลเยอะๆ

พอดีพ่อกับแม่ได้ย้ายเข้าไปทำงานก่อสร้างที่กรุงเทพ แม่จึงพาเธอไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลจุฬาฯ แต่ทางโรงพยาบาลบอกว่าสภาพร่างกายยังไม่พร้อมที่จะทำการผ่าตัดได้ ให้รับประทานยาไปก่อน ผลจากโรคไทรอยด์เป็นพิษนี้ ทำให้ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง จึงส่งผลให้เธอขาดเรียนอยู่บ่อยๆ

พอจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 คุณครูจึงแนะนำว่า ให้หยุดพักรักษาตัวเองก่อน ดิฉันก็กินยารักษาโรคไทรอยด์มาตลอด พร้อมกับทำงานรับจ้างทั่วไปแถวบ้านวันละ 35 บาท แต่ดิฉันทำงานไม่ค่อยไหว ร่างกายไม่เอื้ออำนวย ทำให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างเพียงครึ่งหนึ่ง ด้วยความรักของแม่ที่มีต่อลูก ไม่ว่าที่ไหน ที่ใครบอกว่าดี ช่วยรักษาโรคไทรอยด์ให้หายได้ แม่ก็จะพาคุณชุดาธารไปรักษาทุกหนแห่ง

จนได้ไปพบกับคลินิกหมอแห่งหนึ่ง ซึ่งเขียนป้ายบอกว่ารักษาโรคทั่วไปและรักษาโรคไทรอยด์ด้วย เธอรักษากับคุณหมอประมาณ 6 เดือน จึงได้ผ่าตัด สาเหตุที่ผ่าตัดเพราะตาของเธอมีอาการอักเสบบวมโปนออกมา หลังผ่าตัดแล้วเธอก็กินยารักษาลดการบวมของตามาตลอด อีกประมาณ 4 เดือน หมอบอกว่า ตาของดิฉันจะโปนบวมอยู่อย่างนี้ คงไม่ยุบได้มากไปกว่านี้อีกแล้ว

คุณชุดาธารใช้เวลารักษาโรคไทรอยด์มาเป็นเวลา 8 ปีเต็ม แม้เคยผ่าตัดแล้ว แต่ไม่หายขาด ช่วยให้ได้แค่เพียงบรรเทาอาการให้ดีขึ้นสักพักแค่นั้น ร่างกายที่ไม่แข็งแรงเช่นนี้ ทำให้เธอรู้สึกทุกข์และมีความกังวลติดอยู่ในใจของเธออยู่ตลอดเวลา

ชีวิตต้องฝ่าฟัน

วันหนึ่งเธอได้มีโอกาสเข้าทำงานที่โรงงานแห่งหนึ่ง ซึ่งการทำงานต้องผลัดเวรเข้ากะ ทำอยู่ 3 ปี แต่ชีวิตก็ยังไม่ดีขึ้น เพราะรายได้เท่าเดิม เธอเริ่มคิดว่า ชีวิตของเธอจะก้าวหน้าได้อย่างไร ถ้ามีรายได้เท่าเดิม รายได้ควรจะเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ เพราะเธอก็ทำงานกับบริษัทนี้มาก็นานพอสมควร แต่เหตุผลที่ได้รับ คือ ทางบริษัทมีสวัสดิการที่พักให้ฟรีแล้ว จึงไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องเพิ่มค่าแรง ซึ่งเหตุผลนี้ทำให้เธอคิดว่า ต่อให้ทำงานขยันแค่ไหน ระยะเวลานานเท่าไร ค่าแรงก็เท่าเดิม โอกาสที่เธอจะลืมตาอ้าปากหลีกหนีความจนได้นั้นคงยาก เพราะค่าใช้จ่ายที่มีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นทุกวัน ทั้งค่าอาหารและค่าของใช้ในชีวิตประจำวันต่างๆ ก็มีแต่จะเพิ่มขึ้นอยู่เรื่อยๆ

เธอจึงไปสมัครงานที่ใหม่ ซึ่งทำงานเกี่ยวกับเซรามิก เธอตั้งใจทำงานทุกวัน ระยะเวลา 5 ปี ไม่เคยขาดลามาสายเลยสักวันและเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น หลังจากนั้นไม่ถึงปี ก็มีโครงการเลิกจ้าง ทางบริษัทได้เชิญพนักงานเข้าไปพบหัวหน้าทีละคน เพื่อนๆ ร่วมงานต่างทยอยออกจากงาน เพราะถูกเลิกจ้าง คุณชุดาธารก็ได้แต่สงสารเพื่อนๆ เหล่านั้นตลอดเวลา คิดว่าพวกเขาจะไปทำงานอะไรกัน พวกเขาคงยังไม่ทันตั้งตัวมาก่อน ว่าจะต้องถูกเลิกจ้างงาน

พอ 1 อาทิตย์ผ่านไป ก็ถึงคิวของเธอ ที่ต้องไปพบหัวหน้าฝ่ายการผลิต หัวหน้าเริ่มต้นด้วยการถามสารทุกข์สุกดิบพร้อมเสนอทางเลือกถ้าได้เงินก้อนหนึ่ง คิดว่าจะไปทำอะไร ตอนนั้นดิฉันรู้แล้วว่า กำลังจะถูกเลิกจ้าง ความรู้สึกมืดแปดด้านเกิดขึ้นทันที แต่หัวหน้าถามต่ออีกว่า อยากเอาเงินก้อนหรือจะทำงานต่อ ซึ่งตอนนั้นเธอขอทำงานต่อ เพราะคิดว่าเงิน 50,000 บาท ที่ได้มา ถ้าใช้ไม่เป็นเดี๋ยวก็หมด การตัดสินใจทำงานต่อครั้งนั้น ทำให้เธอพัฒนาตนเอง ขยันตั้งใจทำงานจนได้เป็นพนักงานดีเด่นมาตลอด

หลังจากเกิดเหตุการณ์เลิกจ้างนั้น เธอเริ่มมองเห็นความไม่แน่นอนในชีวิตที่เกิดขึ้น รายได้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก หากขาดรายได้ชีวิตคงจะแย่ เธอจึงตั้งใจหาช่องทางที่จะสร้างรายได้เพิ่มจากการทำ โอทีและขายบัตรโทรศัพท์ รวมถึงขายแผ่นวีซีดีในโรงงาน ในช่วงเวลาพักกลางวันและหลังเลิกงาน เพราะทำงานมา 15 ปี มีรายได้แค่ 5,800 บาท เก็บเงินก็ไม่ค่อยได้ แถมมีหนี้สินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อโอกาสเบิกทางสว่าง

วันหนึ่งคุณสงกรานต์ พรมโยธา ได้มาเปิดโอกาสธุรกิจเอมสตาร์ให้กับเธอ แม้ในตอนแรกเธอจะไม่ชอบธุรกิจขายตรง แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธและสมัครไว้เพราะเกรงใจ คุณสงกรานต์ก็ชวนเข้าเซ็นเตอร์และเข้าคอร์สอย่างต่อเนื่อง ดิฉันไม่ชอบ ไม่อยากไป เพราะคิดว่า ทำโอทีได้เงินมากกว่า

จากการติดตามชักชวนอย่างต่อเนื่องของคุณสงกรานต์ ทำให้เธอยอมเข้าไปฟังธุรกิจและเกิดความรู้สึกประทับใจในบรรยากาศที่อบอุ่น

จากการเข้าประชุมทำให้เธอทราบว่า น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว อาจจะช่วยบรรเทาอาการที่เธอเป็นอยู่ให้ดีขึ้น ลดอาการตาโปนได้ ดิฉันจึงทดลองซื้อน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวมาลองกินดู ทำให้ระบบการเต้นของหัวใจที่ผิดปกตินั้นดีขึ้นและรู้สึกว่าตาที่เคยโปนนั้นยุบลง ทำให้ดิฉันเริ่มเปิดใจกับธุรกิจมากขึ้น

เธอตัดสินใจลงมือทำ มีรายได้เดือนแรก 750 บาท แต่การได้เข้าเรียนรู้อย่าง ต่อเนื่อง ทำให้เกิดการพัฒนาเพิ่มขึ้น ระยะเวลาเพียง 1 ปีครึ่ง เธอก็สามารถมีรายได้เพิ่มขึ้นถึงแสนกว่าบาทต่อเดือน

ดิฉันจึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำ แต่หัวหน้าไม่เห็นด้วย พยายามคัดค้าน แต่ดิฉันไม่เชื่อเพราะสินค้าของเอมสตาร์เป็นสินค้าที่ดีและเป็นสินค้าที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันทุกวัน โอกาสประสบความสำเร็จมีความก้าวหน้าในชีวิตและมีฐานะที่ดีขึ้น มีความเป็นไปได้และมีตัวอย่างให้เห็น

การตัดสินใจที่แน่วแน่
หลังจากลาออก ทำให้เธอมีรายได้จนสามารถนำไปใช้หนี้ได้ทั้งหมดร่วม 350,000 บาท และยังสามารถซื้อรถโตโยต้า คัมรี่ ไฮบริด ป้ายแดงให้ตัวเองได้อีกหนึ่งคัน อีกทั้งยังได้ท่องโลกกว้างกับเอมสตาร์หลายประเทศ อาทิ เกาะบาหลี สวิตเซอร์แลนด์ ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย สิ่งที่ได้รับนี้เกิดจากการตัดสินใจทำธุรกิจเอมสตาร์แค่ระยะเวลา 30 เดือนเท่านั้น
ดิฉันได้พัฒนาและเรียนรู้ในสังคมที่ดีที่ชื่อว่า เอมสตาร์ ซึ่งเป็นครอบครัวที่ใหญ่มากและอบอุ่นเสมอเท่าที่เคยพบมา เอมสตาร์สอนให้รู้จักการให้ด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยม

ขอขอบคุณ คุณทัตธัญวรัตม์และคุณวรัตถ์นิธิศ อาจธัญญกรณ์ ที่เป็นกำลังใจและให้แนวคิด ให้ความรู้เปรียบเหมือนพ่อและแม่คนที่สองของดิฉัน ขอขอบคุณทุกกำลังใจ ทุกแบบอย่างความสำเร็จ ทุกพลังของทีมงานและทุกความฝัน ที่ผลักดันให้ดิฉันสามารถเติมเต็มทุกความฝันให้เป็นไปได้ ด้วยธุรกิจเอมสตาร์
อ้างอิง : นสพ.เส้นทางนักขาย

Comments are closed

var _gaq = _gaq || []; _gaq.push(['_setAccount', 'UA-33517202-1']); _gaq.push(['_setDomainName', 'thaimlmnews.com']); _gaq.push(['_trackPageview']); (function() { var ga = document.createElement('script'); ga.type = 'text/javascript'; ga.async = true; ga.src = ('https:' == document.location.protocol ? 'https://ssl' : 'http://www') + '.google-analytics.com/ga.js'; var s = document.getElementsByTagName('script')[0]; s.parentNode.insertBefore(ga, s); })();